เตียงกระเทือน พื้นกระทบ ดังผับผับ
ซ่านสดับ สะดุ้งเสียง สำเนียงน้อง
ยินเสียงน้ำ ซ่านกระเซ็น เป็นทำนอง
และเสียงร้อง พอเห็น เป็นนัยนัย
ถ้าคุณคิด อกุศล ผมจนจิต
บอกสักนิด จะได้แจ้ง แถลงไข
ทันตแพทย์ กำลังถอน ขากรรไกร
โถ.. คนไข้ ดิ้นพล่าน จนเตียงพัง
...
เหอ เหอ :P
Vitreous
บทกวีเป็นศิลปะการจัดเรียงคำทำให้จรรโลงใจ ทำให้จิตใจเย็นลง มีสมาธิ ทุกครั้งที่ผมเขียนบทกวีเสร็จ ผมจะยิ้ม และอ่านทวนซ้ำไปซ้ำมา แก้ไขบ้างตามแต่สมองจะตรึกได้ในยามนั้น
Thursday, November 02, 2006
Saturday, May 06, 2006
อยู่ที่ใจ
ตัวกิเลศตัณหาพาให้ทุกข์
ละลดเบิกจึงจะสุขหมดทุกเข็ญ
จะสุขสันต์ฤาทุกข์ยากลำบากเย็น
ขึ้นกับใจเราเห็นเป็นสำคัญ...
...
ละลดเบิกจึงจะสุขหมดทุกเข็ญ
จะสุขสันต์ฤาทุกข์ยากลำบากเย็น
ขึ้นกับใจเราเห็นเป็นสำคัญ...
...
วันไร้เธอ
ยามทุกข์หม่นหมองไหม้ในกาย
เจ็บแปลบแทบวางวายอาสัญ
ชอกช้ำน้ำตาแล้งแห้งครัน
เหมือนใจพี่พี่สะบั้นวันไร้เธอ...
ศักดิ์ศรี
ลูกเอ๋ย
จงเพิกเฉยกับเงินตรา
ศักดิ์ศรีกับที่นา
โอ้ ลูกจ๋า เราก็คน
นายทุนจะฟาดเงิน
จงหมางเมินอย่าไปสน
จำไว้แม้อับจน
ศักดิ์ศรีตนต้องสำคัญ....
จงเพิกเฉยกับเงินตรา
ศักดิ์ศรีกับที่นา
โอ้ ลูกจ๋า เราก็คน
นายทุนจะฟาดเงิน
จงหมางเมินอย่าไปสน
จำไว้แม้อับจน
ศักดิ์ศรีตนต้องสำคัญ....
หวานเป็นลม ขมเป็นรัก(ลวง)
หวานเป็นลมขมเป็นยาท่านว่าไว้
รักแสนหวานพอผ่านไปเหมือนไอฝน
ดินโชยกลิ่นหอมหวลยวนให้ยล
หยดหยาดฝนหล่นสะพรั่งงดั่งเทพริน
เหล่าพฤกษานานาพันธ์พลันสดชื่น
แสนระรื่นฝนประโปรยเจ้าโชยกลิ่น
ภุมราแลปัษามาดื่มกิน
เพียงหวานลิ้นแล้วสิ้นหายในสายลม
พลันฟ้ามืดจืดจางช่างน่าขัน
ที่สุขพลันจางหายกลายเป็นขม
เคยหวานชื่นระรื่นกายในสายลม
กลับกลายขมดั่งโอสถให้จดจำ
ที่เคยขื่นขมมาจึ่งกล้าสู้
เคยเรียนรู้ยามฝนซาช่างน่าขำ
ฟ้าเคยใสใยกลายจืดแล้วมืดดำ
คอยเฝ้าย้ำบอกค่าว่ารักลวง.....
รักแสนหวานพอผ่านไปเหมือนไอฝน
ดินโชยกลิ่นหอมหวลยวนให้ยล
หยดหยาดฝนหล่นสะพรั่งงดั่งเทพริน
เหล่าพฤกษานานาพันธ์พลันสดชื่น
แสนระรื่นฝนประโปรยเจ้าโชยกลิ่น
ภุมราแลปัษามาดื่มกิน
เพียงหวานลิ้นแล้วสิ้นหายในสายลม
พลันฟ้ามืดจืดจางช่างน่าขัน
ที่สุขพลันจางหายกลายเป็นขม
เคยหวานชื่นระรื่นกายในสายลม
กลับกลายขมดั่งโอสถให้จดจำ
ที่เคยขื่นขมมาจึ่งกล้าสู้
เคยเรียนรู้ยามฝนซาช่างน่าขำ
ฟ้าเคยใสใยกลายจืดแล้วมืดดำ
คอยเฝ้าย้ำบอกค่าว่ารักลวง.....
คิดให้ดี ชีวีมีหนเดียว
ใจจะกล้าต้องกล้าไว้อยู่ในที
อย่ายึดหลักศักดิ์ศรีเป็นที่มั่น
ใช้สติคอยไตร่ตรองของสำคัญ
ชีวิตนั้นแก้ไม่ได้ถ้าตายลง
อย่ายึดหลักศักดิ์ศรีเป็นที่มั่น
ใช้สติคอยไตร่ตรองของสำคัญ
ชีวิตนั้นแก้ไม่ได้ถ้าตายลง
เสียเลือด เสียเนื้อ เพื่อใคร?
เสียศักดิ์บ่เสียสิ้นชีวี
เสียสินบ่เสียศรีแห่งหน้า
เสียใจสูสูญสิ้นวิญญาร์
เพราะความกล้าและวาจาทรชน
-----
เสียเลือด เสียเนื้อ นี้เพื่อใคร?
เสียอก เสียใจ เพื่อใครหนอ
เสียชีพ สุดช้ำ น้ำตาคลอ
เพื่ออำนาจ กำมะลอ ทรชน...
-----
Sunday, April 30, 2006
ช้านอยากรวย
เหงี่อไหลไคลย้อยหยาดโทรมกาย
ชีวาแทบวางวายดับดายดิ้น
เลือดเหือดหายกลายเหงื่อไคลไหลริน
ข้าวปลาบ่มีกินแทบสิ้นแรง
ธรณีเกิดอาเพศเหตุวิบัติ
แห้งแล้งจัดไปทั่วหัวระแหง
พิรุณไร้น้ำใจไม่แสดง
ให้น้ำแล้งแห้งเหือด ดินเดือดดาล...
มนุษย์น้อยตาดำดำทำไฉน
เมื่อมีไฟ แผดกล้า คอยพร่าผลาญ
แสนลำบากยากจนทนมานาน
เมื่อไรฟ้าจะประทานให้ช้านรวยยยยย
ชีวาแทบวางวายดับดายดิ้น
เลือดเหือดหายกลายเหงื่อไคลไหลริน
ข้าวปลาบ่มีกินแทบสิ้นแรง
ธรณีเกิดอาเพศเหตุวิบัติ
แห้งแล้งจัดไปทั่วหัวระแหง
พิรุณไร้น้ำใจไม่แสดง
ให้น้ำแล้งแห้งเหือด ดินเดือดดาล...
มนุษย์น้อยตาดำดำทำไฉน
เมื่อมีไฟ แผดกล้า คอยพร่าผลาญ
แสนลำบากยากจนทนมานาน
เมื่อไรฟ้าจะประทานให้ช้านรวยยยยย
สุขสมครู่เดียว
หวานชื่นรื่นรมย์
สมสู่ชู้ชื่น
ทนช้ำกล้ำกลืน
สะอื้นอกตรม
แรกรักเคยรัก
อกหักขื่นขม
หลังได้เชยชม
สุขสมครู่เดียว....
สมสู่ชู้ชื่น
ทนช้ำกล้ำกลืน
สะอื้นอกตรม
แรกรักเคยรัก
อกหักขื่นขม
หลังได้เชยชม
สุขสมครู่เดียว....
นิทานหิ่งห้อย
......
หิ่งห้อยน้อยคอยฝันถึงจันทร์ฉาย
อยากใกล้ชิดเชยชื่นระรื่นกาย
ได้แค่หมายมองเดือนเลื่อนลอยไป
สักวันเราจะเป็นเช่นทิวา
คู่จันทรายั่งยืนยงอสงไขย
เพียงแมลงแสงน้อยให้น้อยใจ
เมื่อไรนะเมื่อไรได้อยู่เคียง
หิ่งห้อยน้อยคอยฝันถึงจันทร์ฉาย
อยากใกล้ชิดเชยชื่นระรื่นกาย
ได้แค่หมายมองเดือนเลื่อนลอยไป
สักวันเราจะเป็นเช่นทิวา
คู่จันทรายั่งยืนยงอสงไขย
เพียงแมลงแสงน้อยให้น้อยใจ
เมื่อไรนะเมื่อไรได้อยู่เคียง
แค่ฝันไป
อยากหลับตาข่มใจแต่ไม่หลับ
กู่ไม่กลับ ใจสลาย มลายสูญ
เรียมสุดรัก ห่วงหา แสนอาดูรย์
ทวีคูณทุกทุกวัน......แค่ฝันไป
กู่ไม่กลับ ใจสลาย มลายสูญ
เรียมสุดรัก ห่วงหา แสนอาดูรย์
ทวีคูณทุกทุกวัน......แค่ฝันไป
Thursday, April 27, 2006
แต่งกันไหม?
พี่เขียนกลอน เจ้าก็ว่าพี่เจ้าชู้
ลองเขียนดู มิได้เชี่ยว เกี้ยวสาวไหน
มาเขียนพอ เล่นเล่น เย็นเย็นใจ
แต่งกันไหม แต่งกลอนน๊า อย่าคิดมาก....
ลองเขียนดู มิได้เชี่ยว เกี้ยวสาวไหน
มาเขียนพอ เล่นเล่น เย็นเย็นใจ
แต่งกันไหม แต่งกลอนน๊า อย่าคิดมาก....
Tuesday, April 25, 2006
ทุกข์
ทุกข์หรือสุขอยู่ที่ใจมิใช่หรือ?
ถ้าใจถือ ยึดทุกข์ สุขที่ไหน?
ถ้าใจปล่อยวางบ้างช่างปะไร
จักสุขใจ ไร้ทุกข์ เป็นสุขแท้ ...
ร้อนรัก
ร้อนอกร้อนใจกระไรนี่
ร้อนรุ่มกลุ้มนี้ชีช้ำ
ร้อนกายบ่ร้อนระกำ
ร้อนใจเจ้าทำช้ำหนัก....
รักร้อน รักเร้า เรากลัว
รักเมา รักมัว ชั่วนัก
รักแปร เพ้อพก อกหัก
ขอพัก รักไว้ ในฝัน...
มีรักเหมือนมีทุกข์
แม้มีรักคราใดใจก็ทุกข์
เหมือนจะสุขดีอยู่สักครู่หนึ่ง
ถึงคราจากก็โศกใจใฝ่คะนึง
แม้หวานซึ้งแต่เจ็บช้ำอยู่ร่ำไป
หยอกเย้า (เจ้าคางคก)
ตูค้อมตัวจนหัวแทบติดหิน
ตูวักกินน้ำจากธารละหานห้วย
แล้วพ่นเป็นน้ำคำกลอนสำรวย
สัมผัสสวยวจีเด่นเห็นน่าชม
ตัวคางคกเห็นวอจะขอขึ้น
แล้วสะอื้นร้องว่าข้านี้สม
จะกลอนกาพย์โคลงคำน้ำคำคม
บ่เคยงมกะลามาส่องดู
พวกท่านนี้ฝีมือกล้าจะหาไหน
ตัวน้องนี้ฤาไซร้จะมาสู้
ที่แต่งมาบ่เคยคิดจะลบครู
แต่อยากกู่กลอนกวนกวนเย้ายวนกัน...
inspiration : กวีการเมือง(พันทิพ)
ตูวักกินน้ำจากธารละหานห้วย
แล้วพ่นเป็นน้ำคำกลอนสำรวย
สัมผัสสวยวจีเด่นเห็นน่าชม
ตัวคางคกเห็นวอจะขอขึ้น
แล้วสะอื้นร้องว่าข้านี้สม
จะกลอนกาพย์โคลงคำน้ำคำคม
บ่เคยงมกะลามาส่องดู
พวกท่านนี้ฝีมือกล้าจะหาไหน
ตัวน้องนี้ฤาไซร้จะมาสู้
ที่แต่งมาบ่เคยคิดจะลบครู
แต่อยากกู่กลอนกวนกวนเย้ายวนกัน...
inspiration : กวีการเมือง(พันทิพ)
ละเมอ...
ถึงยามไหนใจคะนึงคิดถึงน้อง
ในหัวใจก็ร่ำร้องน้องเสมอ
อยากจะบอกทุกคราว่ารักเธอ
แม้ยามนอนยังละเมอเธอคนเดียว...
inspiration : อารมณ์สนุกสนาน
ในหัวใจก็ร่ำร้องน้องเสมอ
อยากจะบอกทุกคราว่ารักเธอ
แม้ยามนอนยังละเมอเธอคนเดียว...
inspiration : อารมณ์สนุกสนาน
Saturday, April 22, 2006
อนิจจา เมืองไทย
ท้องฟ้าจะแดงเดือดดังเลือดกา
ฝูงหมาจะรุมละเลงขี้
อาเพศทั่วฟ้าธาตรี
เหล่าผีระริกรี้กินเมือง
เขากินไทยจนเต็มปากจากรากหญ้า
เขากินฟ้ากินรุ้งจนฟุ้งเฟื่อง
จากกินป่ากินเขาเข้ากินเมือง
แม้ทั่วหล้าแค้นเคืองจะทำไร
จะก่อร่างสร้างกายต้องขายชาติ
จะก่อเกิดอำนาจต้องมาดใหญ่
จะต่อทุนต้องทุ่มทุนลงไป
จะต่อต้าน เชิญต่อไป ไม่ครณา
เขาบ่ฟัง เขาบ่ยั้ง เขาบ่สน
เสียงผู้คน ก่นด่าไปใช่เสียงหมา
อันอำนาจมีไว้เหมือนศาสตรา
หากย้อนคืนกลับหาจักจาบัลย์
--
composed : 3-26-06
หลังเสือลงยาก ลงผิดท่าแล้วจะหนาว
ฝูงหมาจะรุมละเลงขี้
อาเพศทั่วฟ้าธาตรี
เหล่าผีระริกรี้กินเมือง
เขากินไทยจนเต็มปากจากรากหญ้า
เขากินฟ้ากินรุ้งจนฟุ้งเฟื่อง
จากกินป่ากินเขาเข้ากินเมือง
แม้ทั่วหล้าแค้นเคืองจะทำไร
จะก่อร่างสร้างกายต้องขายชาติ
จะก่อเกิดอำนาจต้องมาดใหญ่
จะต่อทุนต้องทุ่มทุนลงไป
จะต่อต้าน เชิญต่อไป ไม่ครณา
เขาบ่ฟัง เขาบ่ยั้ง เขาบ่สน
เสียงผู้คน ก่นด่าไปใช่เสียงหมา
อันอำนาจมีไว้เหมือนศาสตรา
หากย้อนคืนกลับหาจักจาบัลย์
--
composed : 3-26-06
หลังเสือลงยาก ลงผิดท่าแล้วจะหนาว
ปองเดือน
อยากจะบอกว่าคิดถึง
เฝ้าคะนึงแสนห่วงดวงสมร
ทุกค่ำเช้าใจเราเฝ้าอาวรณ์
เหมือนภมรที่ฝันใฝ่ไปหาเดือน
inspiration...i dont know...
เฝ้าคะนึงแสนห่วงดวงสมร
ทุกค่ำเช้าใจเราเฝ้าอาวรณ์
เหมือนภมรที่ฝันใฝ่ไปหาเดือน
inspiration...i dont know...
Sunday, March 12, 2006
เปล่าดาย
สายลมพัดโชยแผ่วเบา
ใบไม้พริ้วปลิวไหว
ตามลมอ่อนที่โลมไล้
เพียงผิว
ในความร้อนที่ระอุ
ชีวิตยังต้องอยู่สู้โลก
ต่อไป
เปลวแดดที่แผดเผา
ดุจดังเพลิงที่ลามเลีย
ระอุ
สามลม ยังโชยอ่อน
พัดร้อนให้ผ่อนคลาย
พอเย็น
อะไรคือร้อน อะไรคือเย็น
น้ำเดือดฤาร้อน
เยือกแข็งฤาเย็น
น้ำเดือดเทียบไฟกลายเย็น
เยือกแข็งเทียบไนโตรเจน
กลับร้อน
อัตตาที่แท้ คือ ตน
อัตตานี้ที่กำหนด
ความรู้สึก
ให้รู้ร้อน
รู้เย็น
ทุกอย่างนั้นสัมพันธ์
ความร้อน ความเย็น
ความทุกข์ ความสุข
ขึ้นกับใจตน
ความรู้สึกอยู่ที่ใจ
หมดความรู้สึก
ใจหยุด ไร้จังหวะ
ไร้อัตตา
กลับคืนสู่
ความเปล่าดาย...
ใบไม้พริ้วปลิวไหว
ตามลมอ่อนที่โลมไล้
เพียงผิว
ในความร้อนที่ระอุ
ชีวิตยังต้องอยู่สู้โลก
ต่อไป
เปลวแดดที่แผดเผา
ดุจดังเพลิงที่ลามเลีย
ระอุ
สามลม ยังโชยอ่อน
พัดร้อนให้ผ่อนคลาย
พอเย็น
อะไรคือร้อน อะไรคือเย็น
น้ำเดือดฤาร้อน
เยือกแข็งฤาเย็น
น้ำเดือดเทียบไฟกลายเย็น
เยือกแข็งเทียบไนโตรเจน
กลับร้อน
อัตตาที่แท้ คือ ตน
อัตตานี้ที่กำหนด
ความรู้สึก
ให้รู้ร้อน
รู้เย็น
ทุกอย่างนั้นสัมพันธ์
ความร้อน ความเย็น
ความทุกข์ ความสุข
ขึ้นกับใจตน
ความรู้สึกอยู่ที่ใจ
หมดความรู้สึก
ใจหยุด ไร้จังหวะ
ไร้อัตตา
กลับคืนสู่
ความเปล่าดาย...
Subscribe to:
Posts (Atom)