Thursday, January 20, 2005

เพื่อใคร?

คืนนี้จันทร์ดูเปล่าเปลี่ยวเดียวดายยิ่ง
ไร้ดาวล้อมพร้อมพริ้งเป็นมิ่งศรี
ดวงจันท์เจ้าแจ่มฟ้าทั้งราตรี
เพียงมณีไร้ทองสุดหมองใจ

แม้นว่าพี่สำเร็จดังที่ตั้งหมาย
ต้องเดียวดายไร้น้องคู่อยู่ไฉน
ดังเดือนจันทร์ไร้ดาวให้หนาวใจ
แม้นลือชื่อขจรไกลใครยินดี

พี่ยอมทุกข์สุดแสนจะเจ็บแสบ
ขออิงแอบนวลน้องไม่หมองศรี
ดุจเสี้ยวจันทร์ คู่ดาว แลเข้าที
เพียงคืนนี้ให้สกาวทั้งดาวเดือน

inspiration : แห้ว

หวั่นไหวดั่งร่างไร้วิญญา

๏ หวั่นไหวดังร่างไร้...................................วิญญา
ร่ำไห้เพียงอรรถา.......................................บ่งแจ้ง
สุดแสนถวิลหา...................................ไออุ่น อกแม่
ดังองค์เทวษแกล้ง.....................อยู่ม้วย เสมอเหมือน ๚

๏ ร้อนใจดังไฟกลุ้ม.................................สุมทรวง
เผาอกพี่แดดวง.......................................มอดไหม้
เปรียบศรแทงทะลวง......................................ใจพี่
โศกศัลย์ยังร่างไว้...........................โศกช้ำ กำสรวล ๚

inspiration : confusion

Saturday, January 01, 2005

บทเรียนจากดอกหญ้า

ลมหวีดหวิวปลิวไหวไล่เล่นล้อ
ชาติต้นอ้อจักเอนไปในทิวกว้าง
เหมือนดอกหญ้ายากไร้ตามรายทาง
ที่โอนอ่อนเอียงข้างไม่ขวางใคร

ต่างกับต้นสนใหญ่ในทุ่งโล่ง
พายุโหมต้นโคลงรากสั่นไหว
แม้นลมแรงคงจักล้มตามลมไกว
ดอกหญ้าน้อยแม้นเอียงไปยังกลับยืน

inspiration: ramdom thought

หนาว

สะเก็ดขาววาววับจับยอดหญ้า
นองน้ำตา สะอื้นไห้ ใจคิดถึง
หนาวสะท้าน ซ่านทรวง ห่วงคะนึง
ฤาฟ้าขึ้ง โกรธข้า จึงชาเย็น

บันดาลดลผลึกขาวจากราวฟ้า
เย็นยะเยือกตกมาทำข้าเข็ญ
ลมปะหน้า เจ็บช้ำแสนลำเค็ญ
ดูกถึงเอ็น สั่นเทิ้ม เริ่มชากาย

อยากชักชวนนวลนางสอางค์อร
มาร่วมกอดแนบนอนผ่อนหนาวหาย
ที่เจ็บจนชาเอ็นจะเค้นคลาย
อุ่นสบายในอ้อมกอดยอดชีวา


Inspiration: the first winter encounter..after being back to Thailand