Saturday, March 26, 2005

รักลวง

จากเจ้ามานานเหลือเกิน
อยากพบอยากหยอกเอินเจ้านัก
เจ้าเป็นฉันใดไม่ประจักษ์
พี่ยังภักดีอยู่มิรู้วาย

อยากพบประสบดวงหน้า
กอดแนบกายามิหาย
สมานประสานใจกาย
มิคลายสลายไปตามกาล

หากแม้นดังหวังคงดี
รักนี้คงสุขแสนหวาน
สามภพแม้นได้พบพาน
อิจฉาสำราญสองเรา

หากใจไม่เที่ยงดังหมาย
ต้นรักจึงกลายใบเฉา
สองเราเคยแอบแนบเนา
เคยเฝ้ารอรักหวนมา

รักผ่านไวปานลมโชย
แม้นโหยหาคู่โหยหา
มีชายมาส่งสายตา
น้องยาจึงโอนเอนไป

เสียงพร่ำพรอดรักหวานชื่น
เคล้าเสียงสะอื้นสั่นไหว
สองคนรักกันปันใจ
หนึ่งคนสิ้นไร้กำลัง

รักเราเจ้าจำได้ไหม
ที่เคยฝันไว้ใจหวัง
ดังวิหคคืนคู่สู่รัง
รักยังอยู่คู่ทิวา...

วันนี้ยามนี้เปลี่ยนไป
นกน้อยถิ่นไกลอย่างข้า
ไร้รักไร้คู่ขวัญตา
เพียงจรกลับมาถามใจ

รักแล้วรักเจ้าเฝ้ารัก
มิเคยที่จักสงสัย
ว่าเจ้าจะกลายเปลี่ยนไป
มีใครมาชิดเชยชม

กลับมาด้วยหวังบรรเจิด
จะเชยเชิดโฉมสุขสม
กลับกลายชายอื่นรื่นรมย์
จึงตรมขมอยู่มิจาง

inspiration : random thought

Wednesday, March 16, 2005

แช่งรัก


...ไฟนรกโลกันตร์ที่พรั่นพรึง
เจตภูติผีพิโรธที่โกรธขึ้ง
ดังอื้ออึงเสียงสนั่นเลื่อนลั่นไป

ธรณีสูบกายเพี้ยงวายปราณ
ไฟแผดผลาญปี้ป่นแค่หม่นไหม้
นางย่ำเหยีบบใจข้าจนสาใจ
มลายวอดมอดไร้ยิ่งไฟราญ

แม้นฟ้าแยกแตกสิ้นดินสลาย
ช้ำมิวายชั่วกัลปาวสาน
แค้นนี้ตราติดไว้ในวิญญาณ
หากพบพานจักฝังร่างขอวางวาย

สูเป็นดาวขอเป็นดินที่สิ้น
ไร้สูเป็นไฟเป็นไอเดือดที่เหือดหาย
สูอุบัติ ขอวายวอดมอดมลาย
แม้นเกิดตายกี่ชาติไม่อาจลืม


Inspiration : เสียเจ้า โดย อังคาร กัลยาณพงษ์

Thursday, March 03, 2005

เชิงมวย

ยกมือขึ้นเหนือเกล้า............................วันทา
ขอทวยเทพเทวา.............................ร่วมป้อง
ร่ายรำน้ำมันทา.................................พอข่ม
สายสิญจน์เอามาคล้อง................มนต์อ้าง นำชัย


มวยสำนักหาญกล้า.....................ต่อยตี
เข้าดึงดันราวี.........................คลุกบ้าง
ถอยหลบชั้นเชิงมี........................ทีท่า
หมัดเดียวเห็นดาวคว้าง.......สอยร่วง ลงดิน


มวยวัดปัดเฟี้ยวฟ้าว...............................วืดวาด
กำหมัดแล้วตั้งการ์ด...............................มาดร้าย
ฟุตเวิร์คอย่างองอาจ.............................กล้าแกร่ง
แย็บขวาปล่อยหมัดซ้าย................สะดุดล้ม น๊อคเอง

Inspiration:อยากแต่งอ่ะ มีไรป่ะ เดี๋ยวต่อยเลย

Wednesday, March 02, 2005

ลำนำแห่งเหมันต์

....โอ้ เหมันต์
ให้หนาวสั่นระรัวระริกร่าง
บ่ระเริงระรื่นรักเลือนลาง
ไร้เนื้อนางแนบใกล้ให้หายหนาว

....โอ้ เหมันต์
ฤาอาถรรพย์เพียงใจที่ไร้สาว
ดังเดือนมืด ฟ้าดับ แลลับดาว
ไร้แสงพราว แต่งฟ้ามืด ที่จืดจาง

....โอ้ เหมันต์
แสนจาบัลย์ ครั้นจำลา ที่ลาร้าง
หนาวสะท้าน สั่นสะทก ไกลอกนาง
จึ่งอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย

....โอ้ เหมันต์
ไร้นางอยู่คู่ชีวันใจพลันหาย
มีเพียงร่าง ไร้นางใกล้ ใจมลาย
อยากเพียงเห็นยิ้มพริ้มพรายให้ได้ยล

....โอ้ เหมันต์
ที่โศกศัลย์พลันสุขไร้ทุกข์หม่น
ขอแค่นางมาอยู่คู่กมล
ที่ทุกข์ทนถมทับจักลับไกล...


Inspiration: the share characteristic of snow of night -- loneliness !