Sunday, April 30, 2006

ช้านอยากรวย

เหงี่อไหลไคลย้อยหยาดโทรมกาย
ชีวาแทบวางวายดับดายดิ้น
เลือดเหือดหายกลายเหงื่อไคลไหลริน
ข้าวปลาบ่มีกินแทบสิ้นแรง

ธรณีเกิดอาเพศเหตุวิบัติ
แห้งแล้งจัดไปทั่วหัวระแหง
พิรุณไร้น้ำใจไม่แสดง
ให้น้ำแล้งแห้งเหือด ดินเดือดดาล...

มนุษย์น้อยตาดำดำทำไฉน
เมื่อมีไฟ แผดกล้า คอยพร่าผลาญ
แสนลำบากยากจนทนมานาน
เมื่อไรฟ้าจะประทานให้ช้านรวยยยยย

สุขสมครู่เดียว

หวานชื่นรื่นรมย์
สมสู่ชู้ชื่น
ทนช้ำกล้ำกลืน
สะอื้นอกตรม

แรกรักเคยรัก
อกหักขื่นขม
หลังได้เชยชม
สุขสมครู่เดียว....

นิทานหิ่งห้อย

......
หิ่งห้อยน้อยคอยฝันถึงจันทร์ฉาย
อยากใกล้ชิดเชยชื่นระรื่นกาย
ได้แค่หมายมองเดือนเลื่อนลอยไป

สักวันเราจะเป็นเช่นทิวา
คู่จันทรายั่งยืนยงอสงไขย
เพียงแมลงแสงน้อยให้น้อยใจ
เมื่อไรนะเมื่อไรได้อยู่เคียง

แค่ฝันไป

อยากหลับตาข่มใจแต่ไม่หลับ
กู่ไม่กลับ ใจสลาย มลายสูญ
เรียมสุดรัก ห่วงหา แสนอาดูรย์
ทวีคูณทุกทุกวัน......แค่ฝันไป

Thursday, April 27, 2006

แต่งกันไหม?

พี่เขียนกลอน เจ้าก็ว่าพี่เจ้าชู้
ลองเขียนดู มิได้เชี่ยว เกี้ยวสาวไหน
มาเขียนพอ เล่นเล่น เย็นเย็นใจ
แต่งกันไหม แต่งกลอนน๊า อย่าคิดมาก....

Tuesday, April 25, 2006

ทุกข์

ทุกข์หรือสุขอยู่ที่ใจมิใช่หรือ?
ถ้าใจถือ ยึดทุกข์ สุขที่ไหน?
ถ้าใจปล่อยวางบ้างช่างปะไร
จักสุขใจ ไร้ทุกข์ เป็นสุขแท้ ...

ร้อนรัก

ร้อนอกร้อนใจกระไรนี่
ร้อนรุ่มกลุ้มนี้ชีช้ำ
ร้อนกายบ่ร้อนระกำ
ร้อนใจเจ้าทำช้ำหนัก....

รักร้อน รักเร้า เรากลัว
รักเมา รักมัว ชั่วนัก
รักแปร เพ้อพก อกหัก
ขอพัก รักไว้ ในฝัน...

มีรักเหมือนมีทุกข์

แม้มีรักคราใดใจก็ทุกข์
เหมือนจะสุขดีอยู่สักครู่หนึ่ง
ถึงคราจากก็โศกใจใฝ่คะนึง
แม้หวานซึ้งแต่เจ็บช้ำอยู่ร่ำไป

หยอกเย้า (เจ้าคางคก)

ตูค้อมตัวจนหัวแทบติดหิน
ตูวักกินน้ำจากธารละหานห้วย
แล้วพ่นเป็นน้ำคำกลอนสำรวย
สัมผัสสวยวจีเด่นเห็นน่าชม

ตัวคางคกเห็นวอจะขอขึ้น
แล้วสะอื้นร้องว่าข้านี้สม
จะกลอนกาพย์โคลงคำน้ำคำคม
บ่เคยงมกะลามาส่องดู

พวกท่านนี้ฝีมือกล้าจะหาไหน
ตัวน้องนี้ฤาไซร้จะมาสู้
ที่แต่งมาบ่เคยคิดจะลบครู
แต่อยากกู่กลอนกวนกวนเย้ายวนกัน...

inspiration : กวีการเมือง(พันทิพ)

ละเมอ...

ถึงยามไหนใจคะนึงคิดถึงน้อง
ในหัวใจก็ร่ำร้องน้องเสมอ
อยากจะบอกทุกคราว่ารักเธอ
แม้ยามนอนยังละเมอเธอคนเดียว...

inspiration : อารมณ์สนุกสนาน

Saturday, April 22, 2006

อนิจจา เมืองไทย

ท้องฟ้าจะแดงเดือดดังเลือดกา
ฝูงหมาจะรุมละเลงขี้
อาเพศทั่วฟ้าธาตรี
เหล่าผีระริกรี้กินเมือง

เขากินไทยจนเต็มปากจากรากหญ้า
เขากินฟ้ากินรุ้งจนฟุ้งเฟื่อง
จากกินป่ากินเขาเข้ากินเมือง
แม้ทั่วหล้าแค้นเคืองจะทำไร

จะก่อร่างสร้างกายต้องขายชาติ
จะก่อเกิดอำนาจต้องมาดใหญ่
จะต่อทุนต้องทุ่มทุนลงไป
จะต่อต้าน เชิญต่อไป ไม่ครณา

เขาบ่ฟัง เขาบ่ยั้ง เขาบ่สน
เสียงผู้คน ก่นด่าไปใช่เสียงหมา
อันอำนาจมีไว้เหมือนศาสตรา
หากย้อนคืนกลับหาจักจาบัลย์


--


composed : 3-26-06
หลังเสือลงยาก ลงผิดท่าแล้วจะหนาว

ปองเดือน

อยากจะบอกว่าคิดถึง
เฝ้าคะนึงแสนห่วงดวงสมร
ทุกค่ำเช้าใจเราเฝ้าอาวรณ์
เหมือนภมรที่ฝันใฝ่ไปหาเดือน

inspiration...i dont know...