Saturday, May 06, 2006

อยู่ที่ใจ

ตัวกิเลศตัณหาพาให้ทุกข์
ละลดเบิกจึงจะสุขหมดทุกเข็ญ
จะสุขสันต์ฤาทุกข์ยากลำบากเย็น
ขึ้นกับใจเราเห็นเป็นสำคัญ...

...

วันไร้เธอ

ยามทุกข์หม่นหมองไหม้ในกาย
เจ็บแปลบแทบวางวายอาสัญ
ชอกช้ำน้ำตาแล้งแห้งครัน
เหมือนใจพี่พี่สะบั้นวันไร้เธอ...

ศักดิ์ศรี

ลูกเอ๋ย
จงเพิกเฉยกับเงินตรา
ศักดิ์ศรีกับที่นา
โอ้ ลูกจ๋า เราก็คน

นายทุนจะฟาดเงิน
จงหมางเมินอย่าไปสน
จำไว้แม้อับจน
ศักดิ์ศรีตนต้องสำคัญ....

หวานเป็นลม ขมเป็นรัก(ลวง)

หวานเป็นลมขมเป็นยาท่านว่าไว้
รักแสนหวานพอผ่านไปเหมือนไอฝน
ดินโชยกลิ่นหอมหวลยวนให้ยล
หยดหยาดฝนหล่นสะพรั่งงดั่งเทพริน

เหล่าพฤกษานานาพันธ์พลันสดชื่น
แสนระรื่นฝนประโปรยเจ้าโชยกลิ่น
ภุมราแลปัษามาดื่มกิน
เพียงหวานลิ้นแล้วสิ้นหายในสายลม

พลันฟ้ามืดจืดจางช่างน่าขัน
ที่สุขพลันจางหายกลายเป็นขม
เคยหวานชื่นระรื่นกายในสายลม
กลับกลายขมดั่งโอสถให้จดจำ

ที่เคยขื่นขมมาจึ่งกล้าสู้
เคยเรียนรู้ยามฝนซาช่างน่าขำ
ฟ้าเคยใสใยกลายจืดแล้วมืดดำ
คอยเฝ้าย้ำบอกค่าว่ารักลวง.....

คิดให้ดี ชีวีมีหนเดียว

ใจจะกล้าต้องกล้าไว้อยู่ในที
อย่ายึดหลักศักดิ์ศรีเป็นที่มั่น
ใช้สติคอยไตร่ตรองของสำคัญ
ชีวิตนั้นแก้ไม่ได้ถ้าตายลง

เสียเลือด เสียเนื้อ เพื่อใคร?

เสียศักดิ์บ่เสียสิ้นชีวี
เสียสินบ่เสียศรีแห่งหน้า
เสียใจสูสูญสิ้นวิญญาร์
เพราะความกล้าและวาจาทรชน

-----
เสียเลือด เสียเนื้อ นี้เพื่อใคร?
เสียอก เสียใจ เพื่อใครหนอ
เสียชีพ สุดช้ำ น้ำตาคลอ
เพื่ออำนาจ กำมะลอ ทรชน...
-----